หลายคนอาจสงสัยว่าในยุคที่นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างก้าวไปไกล ต่างประเทศเขายังใช้ “อิฐแดง” กันอยู่หรือเปล่า? คำตอบที่น่าสนใจคือ “ใช้อยู่ และใช้กันอย่างแพร่หลายกว่าที่คิด” โดยเฉพาะในประเทศแถบยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย อิฐแดงไม่ได้เป็นแค่การเลือกวัสดุเพื่อโครงสร้าง แต่มันคือสัญลักษณ์ของความหรูหรา ความทนทาน และความยั่งยืน

1. อิฐแดงในยุโรป: สัญลักษณ์แห่งความยั่งยืน (Sustainability)
ในประเทศอย่างอังกฤษ เยอรมนี หรือเนเธอร์แลนด์ อิฐแดงคือวัสดุหลักในการสร้างบ้าน เพราะอิฐดินเผามีคุณสมบัติ Thermal Mass ที่ยอดเยี่ยม ในฤดูหนาวผนังอิฐจะช่วยเก็บความร้อนจากภายในบ้านไว้ ส่วนในฤดูร้อนจะช่วยสกัดความร้อนภายนอก ทำให้เป็นวัสดุประหยัดพลังงานอันดับต้นๆ ที่คนยุโรปไว้วางใจมานานนับศตวรรษ

2. เทรนด์ Face Brick ในอเมริกาและออสเตรเลีย
ทางฝั่งอเมริกาและออสเตรเลีย ความนิยมใน อิฐโชว์แนว (Face Brick) สูงมาก บ้านที่ก่อด้วยอิฐแดงทั้งหลังมักมีราคาสูงกว่าบ้านที่ใช้ผนังสำเร็จรูป เพราะให้ความรู้สึกที่ “จริงใจ” (Authentic) และมีค่าบำรุงรักษาต่ำมาก (Low Maintenance) เนื่องจากไม่ต้องทาสีใหม่ทุกๆ 5-10 ปี ผิวอิฐแดงยิ่งเก่าก็ยิ่งดูสวยและมีมนต์ขลัง

3. นวัตกรรมที่เปลี่ยนไปแต่หัวใจคือดินเผา
ในต่างประเทศมีการพัฒนารูปแบบการใช้อิฐแดงไปไกลกว่าเดิม เช่น:
- Thin Brick: อิฐแดงแบบบางสำหรับแปะผนังเพื่อประหยัดพื้นที่แต่ยังได้ผิวสัมผัสจริง
- Insulated Brick: อิฐที่มีช่องสำหรับฉนวนกันความร้อนในตัว
- Recycled Brick: การนำอิฐเก่ามาใช้ใหม่ ซึ่งเป็นที่นิยมมากในกลุ่มงานสถาปัตยกรรมรักษ์โลก

4. ความเชื่อมั่นในความแข็งแรงเหนือกาลเวลา
เหตุผลที่ต่างประเทศยังไม่ทิ้งอิฐแดง เพราะไม่มีวัสดุไหนทดแทนความรู้สึก “Home” ได้เท่าดินเผา อิฐแดงสามารถทนทานต่อพายุ หิมะ และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่รุนแรงได้ดีเยี่ยม ดังจะเห็นได้จากอาคารในนิวยอร์กหรือลอนดอนที่อายุเกิน 100 ปี แต่ยังคงสภาพสมบูรณ์และสวยงาม
ในปี 2569 อิฐแดงยังคงเป็น “วัสดุระดับสากล” ที่ทั่วโลกยอมรับ ไม่ใช่แค่เรื่องความแข็งแรง แต่เป็นเรื่องของรสนิยมและการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว
สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ LINE : @ITDANG2009 หรือ 082-429-2009