
“อิฐแดง” เป็นวัสดุที่อยู่คู่บ้านไทยมานาน ด้วยความสวยแบบธรรมชาติและความทนทานสูง ยิ่งในยุคที่ผู้คนหันกลับมาใส่ใจงานดีไซน์ที่กลมกลืนกับธรรมชาติ อิฐแดงปูทางเดินในสวน จึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยม ทั้งดูอบอุ่น คลาสสิก และเข้ากับต้นไม้หรือพื้นหญ้าได้อย่างลงตัว
แต่ไม่ใช่อิฐแดงทุกแบบจะเหมาะกับการใช้งานกลางแจ้ง วันนี้เรามาแนะนำหลักการเลือก “อิฐแดงที่เหมาะกับการปูทางเดินในสวน” พร้อมตัวอย่างอิฐแดงโบราณที่ทนแดดฝนและให้สีสวยแบบธรรมชาติ
1. อิฐแดงที่ใช้ปูทางเดินควรเผาอุณหภูมิสูง
หัวใจของความทนทานคือ “อุณหภูมิการเผา”
อิฐแดงที่ผ่านการเผาที่อุณหภูมิสูงกว่า 1,000°C จะมีเนื้อแน่น แข็งแรง และมีการดูดซึมน้ำน้อย เหมาะกับพื้นที่กลางแจ้งที่ต้องเจอทั้งแดดและฝน
อิฐเผาอุณหภูมิสูงจะไม่แตกง่าย ไม่บวม และไม่เกิดรอยด่างเมื่อโดนน้ำหรือแสงแดดเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ การเผาอุณหภูมิสูงยังทำให้สีของอิฐออกเป็นเฉด “แดงอมส้ม” หรือ “แดงเข้ม” ซึ่งเป็นสีธรรมชาติของดินแท้ และจะค่อย ๆ เปลี่ยนเฉดเล็กน้อยตามเวลา ยิ่งเก่ายิ่งสวย

2. ขนาดและความหนาที่เหมาะสม
การปูพื้นกลางแจ้งควรเลือกอิฐที่มีความหนา อย่างน้อย 3–4 เซนติเมตร เพื่อรองรับน้ำหนักการเดินและแรงกดได้ดี หากใช้ก้อนบาง (เช่น อิฐก่อผนังทั่วไป) อาจแตกร้าวหรือทรุดได้เมื่อใช้งานระยะยาว

3. เลือกอิฐที่มีค่าการดูดซึมน้ำน้อย
อิฐที่ดูดซึมน้ำน้อยจะไม่ชื้นเกินไป และไม่เกิดคราบขาว (Efflorescence) วิธีสังเกตง่าย ๆ คือ สีของอิฐหลังเปียกน้ำจะกลับมาแห้งเร็ว และผิวไม่ขึ้นด่าง อิฐแดงที่ผ่านการเผาอุณหภูมิสูงมักจะมีค่าการดูดซึมน้ำต่ำกว่ามาตรฐานทั่วไป
4. การจัดวางและการดูแลก็สำคัญ
แม้จะเลือกอิฐที่ดีแค่ไหน หากวางไม่ถูกวิธี ก็อาจเกิดปัญหาน้ำขังหรือพื้นทรุดได้ ควรปูบนทรายหยาบหรือกรวดอัดแน่น มีความลาดเล็กน้อยเพื่อระบายน้ำและหากต้องการป้องกันวัชพืช สามารถวางผ้ากรองหญ้าใต้ชั้นทรายก่อนปูอิฐได้ คำแนะนำ ให้เว้นร่องอิฐเล็กน้อยแล้วเติมด้วยทรายหรือกรวดละเอียด จะช่วยให้น้ำซึมลงดินได้ดีและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

5.ข้อดีของการใช้อิฐแดงปูทางเดินในสวน
- ให้ความรู้สึกอบอุ่นและกลมกลืนกับธรรมชาติ
- ติดตั้งง่าย ซ่อมเฉพาะจุดได้
- อายุการใช้งานยาวนานหลายปี