แม้จะเป็นอิฐแดงเหมือนกัน แต่ด้วย “หัวใจ” ของการผลิตที่ต่างกัน ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์งานคนละสไตล์

1. กระบวนการขึ้นรูปและผิวสัมผัส (Texture)
- อิฐแดงโบราณเผาแกลบ (Handmade): เป็นงาน ทำมือ 100% ผิวสัมผัสจะมีความขรุขระ มีร่องรอยของนิ้วมือหรือความไม่เรียบเนียนที่เป็นเสน่ห์เฉพาะตัว ขอบอิฐอาจจะไม่คมกริบ ให้ลุคที่ดู “จริงใจ” และเป็นธรรมชาติ (Authentic)
- อิฐแดงโบราณเผาฟืน (Machine Made): ใช้เครื่องอัดแรงดันสูงในการขึ้นรูป ทำให้ผิวสัมผัสเรียบเนียนกว่า ขอบมุมมีความคมชัด สม่ำเสมอ เหมาะกับงานที่ต้องการความเนี้ยบหรือสไตล์ Modern Rustic

2. ความหนาแน่นและแรงอัด (Density & Strength)
- เผาแกลบ: เนื่องจากเป็นงานปั้นมือ ความหนาแน่นจะน้อยกว่า มีรูพรุนมากกว่า แรงอัดอาจไม่สูงเท่าแบบเครื่องอัด เหมาะสำหรับงานตกแต่งผนัง หรือพื้นที่ที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมหาศาล
- เผาฟืน: การอัดด้วยเครื่องทำให้เนื้อดินอัดแน่นมาก เมื่อบวกกับการเผาด้วยฟืนที่ให้ความร้อนสูงและต่อเนื่อง ทำให้ ความแกร่ง (Compressive Strength) สูงกว่าอย่างชัดเจน ทนทานต่อการกระแทกและรับน้ำหนักได้ดีกว่า

3. เฉดสีและแรงไฟ (Color & Heat)
- เผาแกลบ (ส้มสว่าง): แกลบเป็นเชื้อเพลิงที่ค่อยๆ ระอุ ความร้อนไม่สูงปรี๊ดเท่าฟืน เปลวไฟจากแกลบจะช่วย “ขับความส้ม” ของเนื้อดินให้ออกมาดูสดใส นวลตา
- เผาฟืน (แดงเข้มถึงแกร่ง): ฟืนให้แรงไฟที่หนักแน่นกว่า ทำให้สีอิฐมักจะออกไปทางแดงเข้ม หรือแดงอมม่วงในบางจุดที่โดนไฟจัด สีจะมีความเหลื่อมล้ำ (Variation) สูง ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่คนชอบงานแนวคลาสสิกหลงใหล

4. ลักษณะเตาเผา (Kiln Type)
- เตาแกลบ (เตาชั่วคราว/เตาสังกะสี): เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ก่อเตาขึ้นมาเฉพาะกิจแล้วล้อมด้วยสังกะสี การควบคุมอุณหภูมิทำได้ยากกว่า ทำให้สีอิฐในแต่ละกองมีความไม่สม่ำเสมอสูง (ซึ่งกลายเป็นเสน่ห์ของงานแฮนด์เมด)
- เตาฟืน (เตาอุโมงค์/เตาถาวร): เป็นเตาขนาดใหญ่ที่ก่อสร้างถาวร สามารถควบคุมทิศทางไฟและอุณหภูมิได้ดีกว่า ผลผลิตที่ได้จึงมีมาตรฐานความแกร่งที่เสถียรกว่า
| คุณสมบัติ | อิฐโบราณเผาแกลบ (Handmade) | อิฐโบราณเผาฟืน (Machine Made) |
| การขึ้นรูป | ทำมือ (Handmade) | อัดเครื่อง (Machine Made) |
| ผิวสัมผัส | ขรุขระ มีเสน่ห์แบบดิบๆ | เรียบเนียน ขอบคม |
| ความแข็งแกร่ง | ปานกลาง (เน้นตกแต่ง) | สูงมาก (เน้นความทนทาน) |
| โทนสีหลัก | ส้มสว่าง, ส้มอิฐ | แดงเข้ม, แดงอมน้ำตาล |
| อารมณ์ของงาน | อบอุ่น, ย้อนยุค, พื้นถิ่น | หรูหรา, แข็งแกร่ง, คลาสสิก |
เสน่ห์แห่งกาลเวลา: การใช้งานอิฐแดงโบราณเผาแกลบภายนอกอาคาร และการเติบโตของตะไคร่ธรรมชาติ
หากจะพูดถึงวัสดุตกแต่งที่ให้กลิ่นอายความคลาสสิกและสะท้อนจิตวิญญาณของงานคราฟต์ได้ดีที่สุด “อิฐแดงโบราณเผาแกลบ” คือตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่สถาปนิกเลือกใช้ในปี 2569 โดยเฉพาะในงานออกแบบที่ต้องการให้สิ่งปลูกสร้างกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมอย่างเป็นเนื้อเดียว
ทำไมอิฐเผาแกลบถึงมีเสน่ห์เมื่ออยู่กลางแจ้ง?
อิฐแดงโบราณเผาแกลบเป็นงาน Handmade ที่ผลิตด้วยมือและเผาในเตาชั่วคราว ความร้อนจากแกลบที่ค่อยๆ ระอุทำให้เนื้อดินมีสีส้มสว่างสดใสและมีรูพรุนในเนื้ออิฐมากกว่าอิฐอัดเครื่องทั่วไป เมื่อนำมาใช้งานภายนอกอาคารที่ต้อง โดนแดดและโดนฝน รูพรุนเหล่านี้เองที่กลายเป็น “พื้นที่หายใจ” ของวัสดุ ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่น่าอัศจรรย์

ตะไคร่เขียว: ร่องรอยแห่งธรรมชาติที่ไม่ต้องปรุงแต่ง
เมื่ออิฐแดงโบราณเผาแกลบสัมผัสกับความชื้นจากน้ำฝนในปริมาณที่พอเหมาะ ประกอบกับการอยู่ในพื้นที่ที่มีร่มเงาหรือความชื้นสะสม จะเกิด ตะไคร่เขียว (Green Moss/Algae) ขึ้นตามร่องและผิวสัมผัสขรุขระของอิฐ
- ความสวยงามที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา: ในปี 2569 เทรนด์การออกแบบไม่ได้มองว่าตะไคร่น้ำคือความสกปรก แต่คือ “Wabi-Sabi” หรือความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ ตะไคร่ที่แทรกตัวอยู่ตามรอยอิฐช่วยลดความแข็งกระด้างของสิ่งก่อสร้าง ทำให้ผนังหรือทางเดินดูมีเรื่องราวและดู “ขรึมขลัง” มากขึ้น
- การปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศ: เนื้ออิฐเผาแกลบจะดูดซับความชื้นและคายออกได้ดี ช่วยให้บริเวณรอบอาคารมีอุณหภูมิที่เย็นลงอย่างเป็นธรรมชาติ
ข้อแนะนำในการใช้งานภายนอก
- ความแข็งแกร่ง: แม้อิฐเผาแกลบจะมีความหนาแน่นแรงอัดน้อยกว่าอิฐเผาฟืนอัดเครื่อง แต่หากเลือกใช้ในงานตกแต่งผนังภายนอกหรือรั้วอาคาร ความแกร่งของมันเพียงพอที่จะอยู่ยงคงกระพันได้นานหลายสิบปี
- การดูแลรักษา: หากคุณหลงรักในสีเขียวของตะไคร่ เพียงแค่ปล่อยให้ธรรมชาติทำหน้าที่ของมัน แต่ถ้าต้องการควบคุมปริมาณตะไคร่ไม่ให้หนาเกินไปจนลื่น สามารถใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดล้างปีละครั้ง หรือทา น้ำยาเคลือบผิว (Water Repellent) ในจุดที่ไม่ต้องการความชื้นสะสม
สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ LINE : @ITDANG2009 หรือ 082-429-2009